เครื่องช่วยหายใจแบบรุกล้ำและไม่รุกล้ำ
เครื่องช่วยหายใจส่งลมเข้าปอดผู้ป่วยที่หายใจเองไม่ได้หรือหายใจได้ไม่พอ โดยทั่วไปแบ่งการช่วยหายใจเป็นสองแบบ:
- แบบรุกล้ำ (invasive): ส่งลมผ่านท่อช่วยหายใจหรือท่อเจาะคอ ใช้ใน ICU ห้องผ่าตัด และระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต
- แบบไม่รุกล้ำ (non-invasive): ส่งลมผ่านหน้ากาก ใช้กับผู้ป่วยที่ยังหายใจเองได้แต่ต้องการแรงช่วย
เครื่องช่วยหายใจสำหรับ ICU และการเคลื่อนย้ายส่วนใหญ่ทำได้ทั้งสองแบบ ส่วนเครื่อง CPAP และ BiPAP สำหรับใช้ที่บ้านออกแบบมาสำหรับการช่วยหายใจแบบไม่รุกล้ำเท่านั้น หากผู้ป่วยต้องการเพียงการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดูคู่มือ CPAP กับ BiPAPแทน
ขั้นที่ 1: กำหนดสถานที่ใช้งาน
สถานที่ใช้งานกำหนดเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ขนาด น้ำหนัก ระบบพลังงาน ไปจนถึงมาตรฐานที่ต้องผ่าน
ICU และหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต: ต้องการโหมดการช่วยหายใจครบ หน้าจอใหญ่ กราฟคลื่น และข้อมูลกลศาสตร์ปอด เครื่องอยู่กับที่เป็นส่วนใหญ่ จึงต่อแก๊สจากผนังและไฟฟ้าได้ตลอด ตัวอย่างคือ Amoul 6000S
รถพยาบาลและการส่งต่อ: ต้องการน้ำหนักเบา แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานกว่าระยะเวลาเดินทาง และไม่ต้องพึ่งแก๊สอัด ตัวอย่างคือ Amoul T6 และ Ventway Sparrow
ห้อง MRI: ต้องใช้เครื่องที่ผู้ผลิตรับรองเป็น MRI conditional เช่น Ventway Sparrow MRI และใช้ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุเท่านั้น
ภาคสนามและงานทหาร: ต้องทนแรงกระแทก ฝุ่น และสภาพอากาศ ตัวอย่างคือ Ventway Sparrow Robust
หากเครื่องเดียวต้องใช้หลายสถานที่ เช่น ทั้งในรถพยาบาลและในห้องฉุกเฉิน ให้เลือกตามสถานที่ที่มีข้อจำกัดมากที่สุด
ขั้นที่ 2: เปรียบเทียบสเปกที่สำคัญ
โหมดการช่วยหายใจ: ตรวจว่ามีโหมดที่ทีมใช้จริง เช่น การควบคุมปริมาตร (VCV) การควบคุมแรงดัน (PCV) SIMV CPAP และ BiLevel เครื่องสำหรับการเคลื่อนย้ายบางรุ่นมีโหมด HFNC และโหมด CPR เพิ่มเติม
ช่วงผู้ป่วย: ดู tidal volume ต่ำสุดและน้ำหนักผู้ป่วยที่รองรับ หากดูแลผู้ป่วยเด็ก ต้องแน่ใจว่าเครื่องครอบคลุมเด็กที่เล็กที่สุดที่คุณรับดูแล
การให้ออกซิเจน: ช่วง FiO₂ ที่ตั้งได้ และวิธีต่อแหล่งออกซิเจน (ถัง ระบบผนัง หรือเครื่องผลิตออกซิเจน)
แหล่งพลังงานและแก๊ส: เครื่องแบบเทอร์ไบน์สร้างแรงลมจากอากาศภายนอกได้เอง เครื่องแบบใช้แก๊สขับ (pneumatic) ต้องต่อแก๊สอัด สำหรับการเคลื่อนย้าย ดูระยะเวลาแบตเตอรี่เทียบกับเส้นทางที่ยาวที่สุดของคุณ พร้อมเผื่อเวลา
มาตรฐาน: IEC 60601 ครอบคลุมความปลอดภัยทางไฟฟ้าของเครื่องมือแพทย์ EN 1789 สำหรับอุปกรณ์ในรถพยาบาล EN 794-3 สำหรับเครื่องช่วยหายใจฉุกเฉินและการเคลื่อนย้าย และ RTCA DO-160G สำหรับอุปกรณ์บนอากาศยาน ขอเอกสารรับรองจากผู้จำหน่ายทุกครั้ง
หน้าจอและสัญญาณเตือน: ให้ผู้ใช้จริงลองตั้งค่า อ่านหน้าจอ และฟังเสียงเตือนในสภาพแวดล้อมจริง เช่น ในรถพยาบาลที่มีเสียงเครื่องยนต์
ขั้นที่ 3: คิดถึงค่าใช้จ่ายหลังการซื้อ
ราคาเครื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ก่อนตัดสินใจ ควรถามผู้จำหน่ายเรื่องต่อไปนี้:
- วัสดุสิ้นเปลือง: วงจรท่อช่วยหายใจ ตัวกรอง และเซนเซอร์ ใช้ของผู้ผลิตเท่านั้นหรือใช้ของทั่วไปได้ และมีสต็อกในประเทศหรือไม่
- การบำรุงรักษาและการสอบเทียบ: ผู้ผลิตกำหนดรอบการบำรุงรักษาเท่าไร ใครเป็นผู้ทำ และมีเอกสารให้หรือไม่ ดูคู่มือการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์
- อะไหล่และการซ่อม: มีอะไหล่ในประเทศหรือไม่ และหากเครื่องเสีย จะได้รับการซ่อมเร็วแค่ไหน
- การอบรม: อบรมถึงหน้างานหรือไม่ และอบรมพนักงานใหม่ได้ภายหลังหรือไม่
- ความสม่ำเสมอของอุปกรณ์: การใช้รุ่นเดียวกันหรือยี่ห้อเดียวกันทั้งโรงพยาบาลช่วยลดภาระการอบรมและสต็อกอะไหล่
ขั้นที่ 4: ขอสาธิตก่อนตัดสินใจ
สเปกบนกระดาษบอกได้ไม่หมด ขอให้ผู้จำหน่ายนำเครื่องมาสาธิตในสถานที่ใช้งานจริง ให้แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัดระบบหายใจ และทีมกู้ชีพที่จะใช้เครื่องได้ลองด้วยตัวเอง และให้ทีมวิศวกรชีวการแพทย์ของโรงพยาบาลดูเรื่องการบำรุงรักษา
Thunder Venture Group จัดจำหน่ายเครื่องช่วยหายใจจาก Inovytec (Ventway) และ Amoul สาธิต ติดตั้ง และอบรมทั่ว 77 จังหวัด ทีมวิศวกรชีวการแพทย์ของเราสอบเทียบตามมาตรฐานผู้ผลิตและบันทึกเอกสารทุกครั้ง ดูเครื่องทั้งหมดในหมวดเครื่องช่วยหายใจ และผู้ป่วยที่ใส่เครื่องช่วยหายใจส่วนใหญ่ต้องใช้เครื่องติดตามสัญญาณชีพร่วมด้วย
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องช่วยหายใจแบบเทอร์ไบน์กับแบบใช้แก๊สขับต่างกันอย่างไร
เครื่องแบบเทอร์ไบน์สร้างแรงลมจากอากาศภายนอกด้วยเทอร์ไบน์ในตัว จึงไม่ต้องใช้แก๊สอัด เหมาะกับการเคลื่อนย้าย เครื่องแบบใช้แก๊สขับต้องต่อแก๊สอัดจากถังหรือระบบผนัง ทั้งสองแบบต่อออกซิเจนเพื่อเพิ่ม FiO₂ ได้
ใช้เครื่องช่วยหายใจสำหรับ ICU ในรถพยาบาลได้หรือไม่
โดยทั่วไปไม่เหมาะ เครื่อง ICU มักหนัก ต้องพึ่งแก๊สจากผนัง และไม่ได้ออกแบบให้ทนแรงสั่นสะเทือนในรถ ควรใช้เครื่องสำหรับการเคลื่อนย้ายที่ผ่านมาตรฐาน EN 1789
EN 1789 คืออะไร
EN 1789 เป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับรถพยาบาลและอุปกรณ์การแพทย์ในรถพยาบาล ครอบคลุมเรื่องการยึดติดและความทนทานระหว่างการเดินทาง
ต้องบำรุงรักษาเครื่องช่วยหายใจบ่อยแค่ไหน
ทำตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไปการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยปีละครั้งเป็นพื้นฐานที่ใช้กันมาก และควรตรวจทุกครั้งหลังซ่อมหรือหลังเครื่องตก
ใช้เครื่อง CPAP หรือ BiPAP แทนเครื่องช่วยหายใจได้หรือไม่
ไม่ได้ในกรณีทั่วไป CPAP และ BiPAP ออกแบบสำหรับการช่วยหายใจแบบไม่รุกล้ำในผู้ป่วยที่ยังหายใจเองได้ การเลือกอุปกรณ์ต้องเป็นการตัดสินใจของแพทย์
ต้องการคำแนะนำในการเลือกเครื่องช่วยหายใจ?
ส่งจำนวนเตียง กลุ่มผู้ป่วย และอุปกรณ์ที่ใช้อยู่มาให้เรา ทีมงานจะแนะนำรุ่นที่เหมาะสมและนัดสาธิต โดยปกติตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง